นานาสาระ

ข่าวปลอม “กัมพูชาขุดคูดักรถถัง หลังไทยสร้างกำแพงชายแดน”

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

ทั้งนี้ ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,395 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 6,100 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 6,099 ข้อความ และช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 27 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 16 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่องได้แก่

อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาขุดคูดักรถถัง หลังไทยสร้างกำแพงชายแดน

อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กัมพูชาติดหนี้ไทยอยู่เกือบ 2,000 ล้านบาท จากโครงการที่รัฐบาลอนุมัติสืบต่อกันมา

อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง กรมสรรพากร ส่งแบบยืนยันการขอคืนเงินภาษี ผ่านอีเมล rochouzelde6gdp@outlook.com

อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง กรมศิลป์ฯ เตรียมสำรวจปราสาทแนวชายแดนขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน บูรณะปราสาทตาควาย

อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ป่าต้นน้ำแม่ทะลบ จ. เชียงใหม่ ถูกนายทุนบุกรุกถางป่า

อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดปัตตานี เปิดรับสมัครพนักงานราชการหลายตำแหน่ง

อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ร่วมบริจาคทุนการศึกษา โครงการกองทุนผลิตแพทย์เพื่อสังคม และค่ายยุวชนเตรียมแพทย์อาสา 9 คณะแพทย์

สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม เรื่อง “กัมพูชาขุดคูดักรถถัง หลังไทยสร้างกำแพงชายแดน” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กองทัพบก กระทรวงกลาโหม ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” เนื่องจากหน่วยงานได้ทำการตรวจสอบประเด็นข้างต้นแล้วพบว่า เป็นการนำภาพข่าวเก่ามาประกอบและนำข้อมูลที่หน่วยงานเคยชี้แจงแล้ว มาสร้างหรือบิดเบือนเป็นเรื่องใหม่ เพื่อทำให้สถานการณ์ดูรุนแรงและสร้างความเข้าใจผิดแก่สังคม ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในสถานการณ์ปัจจุบัน

————————————————————————————-

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *