ดีอี แจงข่าวจริง “กองทัพเรือจับกุมเรือประมงชาวกัมพูชา ที่รุกล้ำน่านน้ำไทยบริเวณ จ.ตราด”
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 165,350 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,663 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,660 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 3 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 38 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 16 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 6 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง กองทัพเรือจับกุมเรือประมงชาวกัมพูชา ที่รุกล้ำน่านน้ำไทยบริเวณ จ.ตราด
อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ตัดต้นไม้ในที่สาธารณประโยชน์ โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับ
อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง วันที่ 27 ก.พ. 69 โอนเงินโครงการคนละครึ่ง 2,000 บาท อายุ 16 ขึ้นไป และกลุ่มตกหล่น รับเงิน 2,400 บาท
อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง CAAT แนะผู้โดยสารใช้อุปกรณ์ล็อกสัมภาระที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อรองรับการตรวจค้นตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยการบิน
อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ปปง. ยึดทรัพย์จากสแกมเมอร์จำนวน 595 ล้านบาท เปิดให้ลงทะเบียนรับเงินคืนจากมิจฉาชีพออนไลน์ ผ่านเพจ ทนาย นัท ณัฐพงศ์
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ไลน์เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการของฮั่วเซ่งเฮง ได้รับการรับรองโดย ก.ล.ต.
สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กองทัพเรือจับกุมเรือประมงชาวกัมพูชา ที่รุกล้ำน่านน้ำไทยบริเวณ จ.ตราด” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยกองทัพเรือได้เข้าจับกุมเรือประมงลูกเรือชาวกัมพูชา ที่ลักลอบทำประมงรุกล้ำน่านน้ำไทยบริเวณ จ.ตราด หลังการลาดตระเวนตรวจพบว่า มีการเข้ามาในเขตทะเลไทยประมาณ 1 ไมล์ทะเล โดยเรือไม่มีชื่อ ไม่มีสัญชาติ และไม่มีเอกสารประจำเรือหรือลูกเรือ จึงควบคุมตัวพร้อมเรือส่งสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้กองทัพเรือได้เดินหน้าลาดตระเวนและบังคับใช้กฎหมายทางทะเลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ควบคู่กับการปฏิบัติการตามหลักสัดส่วนสิทธิในการป้องกันตนเอง และหลักมนุษยธรรมสากล
